_บังเอิญนึกได้ว่ามีหนังสือเกี่ยวกับเกาหลีอยู่เล่มหนึ่ง จัดทำโดยองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งชาติเกาหลีซึ่งได้มาตั้งนานแล้วแหละ เนื้อหาน่าสนใจ อ่านไว้เป็นความรู้เล็กๆ น้อยๆ นะจ๊ะ
ภูมิประเทศ
_คาบสมุทรเกาหลีทอดตัวไปทางทิศใต้ทางด้านตะวันออกของทวีปเอเชีย ยาว 612 ไมล์และกว้าง 105 ไมล์ ณจุดที่แคบที่สุดของคาบสมุทร และมีพื้นที่ของประเทศ 70% เป็นเทือกเขา ตลอดชายผั่งด้านตะวันออกสูงชันและทอดตัวลงสู่ทะเลตะวันออก ในขณะที่ชายฝั่งด้านใต้และตะวันตก เทือกเขาค่อยๆ ลาดต่ำสู่ที่ราบชายฝั่ง ซึ่งเป็นแหล่งเกษตรกรรมที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเกาหลีโดยเฉพาะในด้านการผลิตข้าว
_คาบสมุทรเกาหลีแบ่งออกเป็น 2 ส่วนที่บริเวณเหลือเส้นขนานที่ 38 คือประเทศระบอบประชาธิปไตย สาธารณรัฐเกาหลีอยู่ทางใต้ และประเทศระบอบคอมมิวนิสต์ เกาหลีเหนือ โดยคั่นกลางด้วยเขตปลอดทหาร
_เกาหลีใต้ประกอบด้วย 9 จังหวัด (도- โด) มีกรุงโซล (서울- ซออุล) เป็นเมืองหลวงของประเทศ ประกอบด้วยเมืองใหญ่ๆ 6 เมืองจากทั้งหมด 77 เมือง และมี 88 มณฑลใน 9 จังหวัด
ธงประจำชาติ
_ธงเกาหลีมีชื่อว่าแทกึกกี (태극기) มีลวดลายบอกถึงสัญลักษณ์หยิน-หยางตามหลักปรัชญาตะวันออก รูปวงกลมตรงกลางธงแบ่งออกเป็นสองส่วนเท่าๆ กัน โดยส่วนบนที่เป็นสีแดงหมายถึงพลังในเชิงบวกหรือหยาง และส่วนล่างสีน้ำเงินหมายถึงพลังในเชิงลบหรือหยิน พลังทั้งสองอย่างรวมกันเป็นหลักแห่งความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง สมดุลยภาพ และการสมานสามัคคี วงกลมนี้ล้อมรอบด้วยสัญลักษณ์สี่อย่างคือ สวรรค์ (บนซ้าย), โลก (ล่างขวา), ไฟ (ล่างซ้าย) และน้ำ (บนขวา)
ดอกไม้ประจำชาติ
_คือดอกมูกุงฮวา (무궁화) หรือ Rose of Sharon ซึ่งจะบานสะพรั่งทั่งประเทศระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงเดือนตุลาคม สิ่งที่ทำให้ดอกไม้ชนิดนี้ไม่เหมือนดอกไม้ชนิดอื่นคือสามารถทนสภาพอากาศที่เลวร้ายและศัตรูพืชได้เป็นอย่างดี ความหมายของคำว่า มูกุงฮวา มาจากรากศัพท์ มูงกุง (무궁) ซึ่งหมายถึงความเป็นอมตะ ซึ่งสะท้อนความเป็นอมตะของประวัติศาสตร์เกาหลี ความมุ่งมั่น และความอดทนของชาวเกาหลี
ภูมิอากาศ
_ประเทศเกาหลีมีสภาพอากาศอยู่ในเขตอบอุ่น และมีสี่ฤดูที่แตกต่างกัน โดยเกาหลีจะเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิตั้งแต่เดือนมีนาคม ดอกไม้หลากชนิดจะออกดอกกันในตอนนี้ ในราวกลางเดือนมีนาคม ดอกเรปซีดจะออกดอกไปทั่วบริเวณเกาะเชจูที่อยู่ใต้สุดของเกาหลี นอกจากนั้นยังมีซากุระ ดอกอาเซลเลีย ดอกฟอร์ซีเนีย และแมคโนเลียที่มีกลิ่นหอม และสัญญาณแห่งฤดูใบไม้ผลิจะแผ่เข้าไปในแผ่นดินใหญ่ประมาณปลายเดือนเมษายน ภูเขาและสวนของเกาหลีจะเต็มไปด้วยสีสันต่างๆ ของดอกไม้หลากชนิด
_ในฤดูร้อนซึ่งอากาศร้อนและมีฝนตกบ้าง ต้นไม้จะเขียวชะอุ่มทั่วไป ในเดือนมิถุนายนอุณหภูมิเฉลี่ยจะสูงกว่า 20 องศาเซลเซียสเล็กน้อย ฤดูมรสุมปกติจะเริ่มขึ้นในปลายเดือนกรกฎาคม และในเดือนสิงหาคมอากาศจะร้อนจัดและชื้นมาก โดยอุณหภูมิอาจขึ้นไปได้ถึง 35 องศาเซลเซียส เหมาะกับการเที่ยวตามหาด แม่น้ำและเกาะเพื่อเล่นกีฬาฤดูร้อน เช่น สกีน้ำ วินด์เซิร์ฟ หรือล่องแก่ง
_ฤดูใบไม้ร่วงจะเริ่มขึ้นตอนปลายเดือนกันยายน และฤดูนี้เป็นช่วงที่ดีที่สุดในการไปเที่ยวตามภูเขาที่เต็มไปด้วยใบไม้สีสันต่างๆ คาบสมุทรเกาหลีประกอบไปด้วยภูเขาถึง 70% สีของภูเขาจะฉูดฉาดมากที่สุดก็คือระหว่างปลายเดือนตุลาคม ถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ขึ้นอยู่กับความสูงของภูเขา ที่ที่ชาวเกาหลีนิยมไปคืออุทยานแห่งชาติเขาซอรักซาน อุทยานแห่งชาติเขาเนจางซาน อุทยานแห่งชาติเขาชีรีซาน เป็นต้น
ตอนเรียนภาษาเกาหลี ช่วงไหนของหนังสือมีบทสนทนาเค้าก็จะคุยกันแต่เรื่องไปเที่ยวเขา ชวนไปภูเขา ไม่ก็เล่าว่าไปเที่ยวเขามา ไอเราสงสัยจัดเลยถามอาจารย์ว่าคนเกาหลีเค้าไม่มีอะไรทำกันเหรอค่ะ เอะอะก็ไปเขาๆ อาจารย์เกาหลีทำหน้างง พร้อมตอบว่า ก็ประเทศเกาหลีมันมีแต่เขานี่ค่ะ...เออจิง
_ในเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์อากาศจะหนาวเย็นและแห้ง บางครั้งมีฝนหรือหิมะ ในช่วงนี้มักจะมีวันที่อากาศหนาวจัดประมาณ 3-4 วัน สลับกับวันที่อากาศอุ่นสบาย เกาหลีมีสถานตากอากาศและเล่นสกีที่เป็นที่รู้จักของโลกหลายแห่ง และยังมีอุปกรณ์สกีไว้ให้เช่าอีกด้วย ฤดูกาลเล่นสกีในเกาหลีจะเริ่มขึ้นปลายเดือนตุลาคมและเลยไปถึงเดือนมีนาคม แหล่งเล่นสกีจะเริ่มเปิดให้บริการกันตั้งแต่กลางเดือนธันวาคม ค่าเช่าสกีและตั๋วลิฟท์ก็มีราคาตั้งแต่ 13,000 ถึง 46,000 วอน และจาก 27,000 ถึง 48,000 วอน
ศาสนา
_เกาหลีใต้ให้ความเคารพต่อเสรีภาพในการนับถือศาสนาโดยมีลัทธิประเภททรงเจ้า บูชาผี ศาสนาพุทธและลัทธิขงจื๊อ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นหลักปรัชญาในการพัฒนาทางสังคมและวัฒนธรรมของประเทศก็ว่าได้ นอกจากนี้ยังมีศาสนาย่อยๆ ที่เกิดขึ้นใหม่จากการผสมผสานแนวความคิดบางอย่างในศาสนาดั้งเดิม และยังมีผู้หันไปนับถือศาสนาคริสค์เป็นจำนวนมาก นับตั้งแต่เริ่มเข้ามาเผยแผ่เมื่อปลายศตวรรษที่ 18 เป็นต้นมา
ประวัติศาสตร์
_มนุษย์เริ่มเข้าไปตั้งรกรากในบริเวณที่เป็นประเทศเกาหลีในปัจจุบันเมื่อประมาณ 500,000 ปีก่อน อาณาจักรแรกได้แก่ โคโซซอน (โซซอนโบราณ) ตั้งขึ้นเมื่อ 2333 ปี ก่อนคริสศักราช และในช่วงหนึ่งศตวรรษก่อนคริสตศักราช คาบสมุทรเกาหลีทั้งหมดและดินแดนส่วนใหญ่ของประเทศแมนจูเรียอยู่ภายใต้การปกครองของสามอาณาจักร คือโคกูเรียว แพ็กเจ และชิลลา นับเป็นอาณาจักรที่มีอำนาจสูงสุดในแถบนั้น ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ ยุคแห่งสามอาณาจักร
_ในปี ค.ศ.668 และ 660 อาณาจักรโคกูเรียวและแพ็กเจได้พ่ายแพ้ต่ออาณาจักรชิลลา จึงเป็นการรวมเอาดินแดนในคาบสมุทรเข้าด้วยกันในปี ค.ศ.676 ยุคชิลลารวมอาณาจักร (ปี ค.ศ. 676-935) นับเป็นยุคทองของวัฒนธรรมเกาหลี โดยเฉพาะทางพุทธศิลป์ ต่อมาในยุคอาณาจักรโคเรียว (ปี ค.ศ. 918-1392) มีการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชนชั้นปกครองขึ้น พุทธศาสนาได้กลายเป็นศาสนาประจำชาติ และมีอิทธิพลต่อระบบการเมืองการปกครองเป็นอย่างมาก ชื่อประเทศเกาหลีก็มาจากคำว่า โคเรียว นั่นเอง
_ปี ค.ศ.1392-1910 อยู่ในสมัยราชวงศ์โชซอน อันเป็นราชวงศ์สุดท้ายของประเทศเกาหลี มีการปฎิรูปการเมืองการปกครองอย่างจริงจัง การเปลี่ยนแปลงครั้งที่สำคัญที่สุดคือการยกย่องให้ลัทธิขงจื๊อกลายเป็นคติธรรมประจำชาติ การสร้างสรรค์งานด้านวรรณศิลป์ และการประดิษฐ์ตัวอักษร ฮันกึล ในปี ค.ศ. 1443 ทำให้ยุคนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อวัฒนธรรมเกาหลี มีเมืองฮันยาง ซึ่งปัจจุบันรู้จักกันในชื่อ โซล เป็นเมืองหลวงในปี ค.ศ. 1394 ปราสาทและกำแพงเมืองจากในยุคนี้ก็ยังมีให้เห็นจนกระทั่งปัจจุบัน
_ราชวงศ์โชซอนได้สิ้นสุดลงในปี ค.ศ. 1910 ภายหลังการรุกรานของกองทัพญี่ปุ่น และประเทศเกาหลีก็ได้ตกเป็นอาณานิคมของประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลา 35 ปี จนกระทั่งสงครามโลกครั้งที่สองได้สิ้นสุดลงในวันที่ 15 สิงหาคม ค.ศ. 1945 กองทัพญี่ปุ่นยอมแพ้สงคราม และถอนกำลังออกจากประเทศเกาหลีซึ่งถูกแบ่งเป็นสองประเทศ คือประเทศเสรีทางใต้และประเทศคอมมิวนิสต์ทางเหนือ สามปีต่อมาประเทศสาธารณรัฐเกาหลีซึ่งอยู่ทางใต้จึงจัดตั้งรัฐบาลอิสระได้สำเร็จ
นายพล อีซุนซิน (이순신)
เป็นวีรบุรุษสงครามของประเทศเกาหลี มีความสำคัญต่อประเทศในลักษณะเดียวกับนายพลเนลสันที่มีต่อประเทศอังกฤษ ในปลายศตวรรษที่ 16 ได้เกิดสงครามในประเทศเกาหลีเพื่อต่อต้านการรุกรานของกองทัพญี่ปุ่น แม้ว่าจะต้องเผชิญกับอุปสรรคต่างๆ แต่นายพลอี ก็สามารถเอาชนะข้าศึกทุกครั้งไป โดยใช้กลยุทธ์อันชาญฉลาดและการใช้เรือรบแบบพิเศษที่เรียกว่าโคบุกซอน (เรือเต่า) ในการทำสงคราม นาบพลอี จึงเป็นบุคคลที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์เกาหลี มีการสร้างอนุเสาวรีย์ต่างๆ เพื่อเป็นเกียรติแก่ท่าน เช่น รูปปั้นของนายพลอี ที่ถนนเซจงโน ใจกลางกรุงโซล (หน้าอาคารเคียวโบ) ศาลเจ้าเฮียนชุงซา ในอาซาน, ชุงชองนัมโด และ เชเซินดัง ในทงยง, เคียงซางนัมโด
_สงครามเกาหลีใต้เริ่มเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ค.ศ. 1950 เมื่อเกาหลีเหนือบุกเกาหลีใต้ และในที่สุดก็มีการลงนามในสัญญาสงบศึกในปี ค.ศ. 1653 หลังสงครามดังกล่าว เกาหลีใต้ประสบความสำเร็จอย่างมากในการฟื้นฟูประเทศให้มั่นคงและมั่งคั่งอีกครั้งหนึ่ง
_แร้วคราวหน้ามาต่อภาคสองกันนะจ๊ะ..
แหล่งข้อมูล>>
* www.tour2korea.com
* www.knto-th.org
เคยไปแล้วเกาหลี อยากบอกว่าสวยมากๆๆ ไป ตอนเดือน กค ใบไม้กะลังเปลี่ยนสีเลย สนุกดี หนาวหน่อยๆๆ